ENGINEER

Posted: สิงหาคม 28, 2010 in Uncategorized

วิศวกร ผู้ที่ประกอบอาชีพทางด้านวิศวกรรม มีหน้าที่ออกแบบ และควบคุมการผลิต อาทิ การก่อสร้างสิ่งก่อสร้าง การออกแบบและผลิตรถยนต์ การควบคุมเครื่องจักรกลโรงงานต่าง ๆ โดยวิศวกรยังแบ่งออกได้เป็นหลายสาขา เช่น วิศวกรเครื่องกล วิศวกรโยธา วิศวกรไฟฟ้าวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมเคมี วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมโทรคมนาคม วิศวกรรมเกษตร วิศวกรรมอากาศยาน วิศวกรรมโลหการ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมเซรามิก วิศวกรรมเหมืองแร่ วิศวกรรมยานยนต์ วิศวกรรมธรณี ฯลฯ

วิศวกรรมศาสตร์ เป็นศาสตร์ของการวิศวกรรม ซึ่งเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับ การประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ ด้วยการใช้องค์ความรู้ต่าง ๆ, คณิตศาสตร์ และประสบการณ์ เพื่อออกแบบอุปกรณ์และกระบวนการต่าง ๆ ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางวิศวกรรมจะเรียกว่า วิศวกร

สำหรับวิศวกรในบางสาขาจำเป็นจะต้องขึ้นทะเบียนเพื่อขอ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม จาก สภาวิศวกร ก่อน ถึงจะออกแบบและเซ็นรับรองแบบได้

ลักษณะงานของอาชีพด้านวิศวกรรม
1.วิศวกรรมเครื่องกล ( mechanical engineering) เป็นวิชาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์และกฎทางฟิสิกส์เพื่อสร้าง ปรับปรุง
ดูแล และซ่อมแซม อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเครื่องจักร เครื่องยนต์ กลไก พลังงานและความร้อน
วิศวกรเครื่องกลใช้ทักษะและความรู้ทางด้านต่าง ๆ เช่น ความร้อน แรง และ กฎการคงที่ของมวลและพลังงาน เพื่อวิเคราะห์ระบบทั้งทางสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์ เพื่อออกแบบสร้างสิ่งต่าง ๆ เช่น รถยนต์ เครื่องบิน เรือ รวมถึงพาหนะอื่น ๆ, ระบบความร้อนและระบบความเย็น เช่น บอยเลอร์ หรือ ระบบปรับอากาศ, อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องจักร เครื่องมือทางอุตสาหกรรม และ อาวุธยุทโธปกรณ์

2.วิศวกรรมโยธา (civil engineering) เป็นศาสตร์ของสาขาหนึ่งในทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ครอบคลุมการก่อสร้างตึก ตึกระฟ้า อาคาร สะพาน ถนน และระบบขนส่งอื่น ๆ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น เขื่อน คลอง ตลอดจนการทำรังวัดในงานสำรวจและแผนที่ รวมไปถึงการวิเคราะห์ทางธรณีและชลศาสตร์ และการบริหารจัดการการก่อสร้าง
งานในทางด้านวิศวกรรมจะเน้นทางด้านการใช้วัสดุและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้ที่ประกอบวิชาชีพในสาขานี้เรียกว่า วิศวกรโยธา หรือเรียกกันว่า นายช่าง
ในการทำงานในประเทศไทย ผู้ที่ประกอบวิชาชีพจะขึ้นทะเบียนกับสภาวิศวกรเพื่อรับ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (กว.) โดยจะมีการสอบจัดขึ้นปีละครั้ง

3.วิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical Engineering) เป็นสาขาที่ศึกษาทฤษฏีและการประยุกต์ใช้ ไฟฟ้า, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ผู้ที่ประกอบวิชาชีพในสาขานี้เรียกว่า วิศวกรไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าเป็นสาขาที่กว้างประกอบไปด้วยหลายสาขาย่อย

4.วิศวกรรมลอจีสติก(Logistic Engineering)งานหลักของวิศวกรลอจีสติกคือการควบคุม วางแผนระบบการจัดซื้อ การเก็บสิ้นค้าและจำนวนวัสดุที่ใช้ผลิตในคลัง การวางแผนระยะเวลาการผลิตและการจัดส่งสินค้าให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ วิศวกรลอจีสติกต้องมีอาศัยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อคำนวณความน่าจะเป็นที่จะเกิดการขัดข้องทางการผลิตและขนส่ง อีกทั้งคำนวณเวลาเฉลี่ยของความล้มเหลว (MTBF) เวลาเฉลี่ยของการซ่อม (MTTR) และเวลาเฉลี่ยระหว่างความล้มเหลว (MIBF)
เป็นต้น

5.วิศวกรรมนิวเคลียร์ (Nuclear Engineering)วิศวกรนิวเคลียร์มีหน้าที่ในการออกแบบ พัฒนาและควบคุมโรงงานที่ใช้ในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์เพื่อใช้เป็นทั้งเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าและการใช้งานเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ บางส่วนของวิศวกรนิวเคลียร์ทำงานในการพัฒนากระสวยอวกาศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการขับเคลื่อนเพื่อเดินทางสำรวจอวกาศ

สถาปนิก คือบุคคลผู้เกี่ยวข้องในการออกแบบ และวางแผน ในการก่อสร้างหรือที่เรียกว่างานสถาปัตยกรรม โดยสถาปนิกจะเป็นผู้ที่เข้าใจในมาตรฐานการก่อสร้างของอาคาร เข้าใจถึงหน้าที่ใช้สอยของอาคารนั้น รวมถึงวัสดุที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบของสิ่งก่อสร้างนั้นสถาปนิกจำเป็นต้องได้รับการศึกษาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมถึงจะสามารถทำงานในวิชาชีพสถาปนิกได้ ซึ่งคล้ายกับการทำงานในสาขาวิชาชีพอื่น
ลักษณะงาน
ออกแบบอาคารประเภทต่างๆให้สวยงาม และสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ กฎหมาย ประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถ ทั้งทางศิลปะและเทคนิค โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและประหยัด ทั้งในด้านราคาค่าก่อสร้างและพลังงานสนองความต้องการของผู้อาศัย และผู้ใช้อาคาร ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมดีขึ้น และไม่กระทบให้เป็นผลเสียของส่วนรวม
คุณลักษณะของผู้ประกอบอาชีพ
1. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่ดี
2. มีการทำงานที่มีระบบ
3. ละเอียดรอบคอบต่องานที่ทำ เพราะเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย
4. ใจกว้างยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นและมีมนุษยสัมพันธ์
5. คำนึงถึงงานสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพมากกว่าค่าตอบแทน
6. เข้าใจในระบบเศรษฐกิจและการตลาด เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ
7. รักและเสียสละ เพื่อพัฒนาท้องที่ในต่างจังหวัด
8. ต้องมีรสนิยมทางศิลปะที่ดี และรู้จักพัฒนารสนิยมให้เป็นที่ยอมรับของสังคม
9. คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่เมือง และสภาพแวดล้อม รวมถึงสภาพสังคม วัฒนธรรมของท้องถิ่น

ในรูปแบบที่เกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ สถาปนิกจะทำสัญญากับเจ้าของโครงการ(Owner) โดยรับหน้าที่เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการก่อสร้าง ผ่านทางการออกแบบ(Building Design) และการทำแเบบก่อสร้าง(Construction Document)สถาปนิกจะมีที่ปรึกษาผู้ให้คำแนะนำในเรื่องเทคนิคระดับซับซ้อนคือ วิศวกร ซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแขนงเกี่ยวกับการก่อสร้าง
โดยทั่วไปสำหรับโครงการขนาดกลาง วิศวกรเหล่านี้จะประกอบด้วย วิศวกรโครงสร้าง (Structural Engineer) วิศวกรโยธา (Civil Engineer) วิศวกรไฟฟ้า (Electrical Engineer) วิศวกรประปา (Plumbing Engineer)
และ วิศวกรเครื่องกล (Mechanical Engineer) นอกจากนี้อาจจะมีที่ปรึกษาอื่นๆที่สำคัญ เช่น มัณฑนากร(Interior Designer) และ ภูมิสถาปนิก (Landscape Architect)เป็นต้น

นักวิชาชีพทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกันเป็นทีม ผ่านการประสานงานของสถาปนิก ซึ่งเป็นผู้นำของทีม (Team Leader)และผู้ติดต่อประสานงานระหว่างทีม(Coordinator)เพราะที่ปรึกษาอื่นๆ จะไม่มีใครเข้าใจภาพรวมของโครงการเท่าสถาปนิก
ด้วยสาเหตุของความเข้าใจในโครงการที่มากกว่าสมาชิกในทีมคนอื่นๆ ทำให้สถาปนิกเป็นผู้ที่ติดต่อกับเจ้าของโดยตรงในการทำโครงการ นักวิชาชีพในทีมคนอื่นๆ ที่ต้องการติดต่อกับเจ้าของมักจะทำผ่านสถาปนิก หรือในบางกรณีสถาปนิกจะไม่อนุญาตให้สมาชิกในทีมคนอื่นๆ ติดต่อกับเจ้าของโดยตรงเลย เพราะจะเป็นการเกิดความสับสนในระบบการประสานงานและปฏิบัติการ
ถ้านักวิชาชีพเหล่านี้ทำสัญญาการว่าจ้างกับสถาปนิก สถาปนิกจะมีสถาณภาพเป็นผู้นำของทีมออกแบบ (Leader) แต่ถ้านักวิชาชีพเหล่านี้ทำสัญญาโดยตรงกับเจ้าของ สถาปนิกจะมีสภาณภาพเป็นผู้ประสานงาน (Coordinator) โดยส่วนใหญ่สถาปนิกจะทำสัญญาว่าจ้างกับนักวิชาชีพเหล่านี้เพื่อจะได้เกิดการควบคุมคุณภาพและสั่งการโครงการได้สะดวก แต่ในบางกรณี สถาปนิกอาจจะต้องการหลีกเลี่ยงการทำสัญญากับนักวิชาชีพเหล่านี้ โดยเฉพาะถ้าเป็นโครงการที่ใหญ่เป็นพิเศษที่สถาปนิกต้องมีความรับผิดชอบสูง มาก อาจเกิดความเสี่ยงต่อการรับผิดชอบความเสียหาย (Liability)มากจนไม่คุ้มกับค่าบริการวิชาชีพที่จะได้รับ สถาปนิกจะแนะนำให้เจ้าของโครงการทำสัญญาโดยตรงกับนักวิชาชีพเหล่านั้นอีกด้านหนึ่ง เจ้าของโครงการ (Owner) จะทำสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง (Contractor) เพื่อให้ทำการก่อสร้าง ตามแบบก่อสร้าง (Construction Documents)และ รายการประกอบแบบ (Specification) ที่สถาปนิกและทีมผู้ช่วยทั้งหลายได้ทำการออกแบบ


วิศวกร คือ บุคคลในวิชาชีพที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม ดังนั้น การเรียนวิศวกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครจึงมีข้อดีคือการมีเพื่อนและรุ่นพี่รุ่นน้องเยอะมาก ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้เป็นอย่างดี ทำให้งานต่างๆ สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน มีวิศวกรมหานครอยู่ในภาคอุตสาหกรรมทุกแขนงรวมแล้วร่วมหมื่นคน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราชาวมหานครมีความภูมิใจมากที่ได้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของอุตสาหกรรมไทยและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ
1.วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ สามารถทำงานได้อย่างหลากหลายในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่
อุตสาหกรรมประกอบชิ้นส่วนและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำการออกแบบและผลิตแผ่นวงจรรวม อุปกรณ์หน่วยความจำและฮาร์ดดิสก์ ได้แก่ บริษัท FASL(Thailand) หรือเดิมคือ Advanced Micro Devices (AMD), Philips Semiconductor, Lucent, Seagate, Sony Semiconductor, Toshiba Semiconductor

การสื่อสารและโทรคมนาคม ต้องการวิศวกรติดตั้งและดูแลระบบการสื่อสาร ภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ ได้แก่ บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท การสื่อสารโทรคมนาคม จำกัด บริษัท AIS บริษัท DTAC บริษัท TelecomAsia บริษัท TT&T บริษัท Ericsson Nokia AT&T และ SIEMENS

วิศวกรการออกแบบและผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท SONY HITACHI Panasonic Mitsubishi ตลอดจนบริษัทขนาดใหญ่ของคนไทยและอุตสาหกรรม SME ที่มีอยู่อย่างมากมาย

วิศวกรควบคุมและซ่อมบำรุงระบบในอุตสาหกรรมหนัก ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหรรมเหล็ก อุตสาหกรรมยานยนต์

2.วิศวกรคอมพิวเตอร์เป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากในตลาดแรงงานเพราะทุกธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องระบบคอมพิวเตอร์เพื่อดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ วิศวกรสามารถเลือกงานได้สามลักษณะคือ
วิศวกรวางระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีโครงข่ายให้แก่ภาคธุรกิจอื่นๆ เพื่อให้มีการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ แหล่งงานคือบริษัทฯ ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีเองซึ่งมีลักษณะเป็นองค์กรใหญ่และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในต่างประเทศ ได้แก่ บริษัท AT&T บริษัท ไอบีเอ็ม บริษัท SUN Microsystem บริษัท LUCENT Technology บริษัท CISCO เป็นต้น วิศวกรที่ทำงานในบริษัทข้ามชาติเหล่านี้มีรายได้เงินเดือนสูงมาก
วิศวกรดูแลระบบคอมพิวเตอร์และการสื่อสารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศหรือวิศวกรพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามบริษัทต่างๆ ระบบโครงข่ายของธนาคารและห้างสรรพสินค้น
วิศวกรพัฒนาโปรแกรมและระบบคอมพิวเตอร์อิสระ รับทำงานทั่วไปให้แก่กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง เป็นวิศวกรที่สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นเจ้าของกิจการเองได้

3.วิศวกรไฟฟ้ากำลัง สามารถออกไปประกอบอาชีพด้านต่างๆ ได้แก่
วิศวกรประจำโรงงานทำหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้า ติดตั้งและซ่อมบำรุงเครื่องจักรไฟฟ้าภายในโรงงานอุตสาหกรรม
วิศวกร ออกแบบ อนุมัติแบบ ควบคุมงานการติดตั้งระบบไฟฟ้า สำหรับอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งต้องทำงานร่วมกันกับทีมงานวิศวกรสาขาอื่นๆ เพื่อให้การก่อสร้างอาคารและโรงงาน สำเร็จลุล่วง
วิศวกรควบคุมการจ่ายกำลังไฟฟ้าในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าทั้งสามแห่ง โรงแยกก๊าซ ปตท การรถไฟฟ้ามหานคร
วิศวกรปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและวิจัยผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า
วิศวกรวางแผนการใช้พลังงานประจำโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่ทุกโรงงานอุตสาหกรรมจะต้องมีแผนการประหยัดพลังงาน

4.วิศวกรโทรคมนาคม
วิศวกรรมโทรคมนาคม เป็นวิศวกรรมศาสตร์ ที่เกิดจากการรวบรวมองค์ความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมไฟฟ้าทั้งปวงมา รวบรวมเป็นองค์ความรู้ที่ลึกซึ้งเฉพาะทางและเป็นวิศวกรรมที่ซับซ้อนเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ชั้นสูงหลายๆ ด้าน ดังที่เราเห็นในปัจจุบัน ในงานวิศวกรรมโทรคมนาคมเป็นการรวบรวม วิศวกรรมแทบทุกสาขามาในงานวิศวกรรมโทรคมนาคม แม้แต่งานด้านวิศวกรรมโยธา ก็ยังเกี่ยวข้องกับวิศวกรรมโทรคมนาคม เช่น การวางฐานราก เสาตั้งสายอากาศ เป็นต้น หรือแม้แต่ทางการแพทย์ ก็มีการใช้วิศวกรรมโทรคมนาคมชั้นสูงมาประยุกต์ใช้ เช่น ความถี่วิทยุ และใยแก้วนำแสง มาประยุกต์ใช้ในการตรวจและรักษาผู้ป่วย เป็นต้น

อันที่จริงวิศวกรรมโทรคมนาคม ในปัจจุบันจะเป็นตัวกลางในการหลอมรวมทางวิศวกรรมในทุกสาขาเข้าด้วยกัน (Engineering Convergence)ดังหน้าที่ของ งานโทรคมนาคม อยู่แล้ว วิศวกรโทรคมนาคม ส่วนใหญ่มักจำเป็นต้องเชี่ยวชาญงานหลายๆ ด้านให้มากที่สุดทั้ง งานอิเล็กทรอนิกส์ งานไฟฟ้ากำลัง งานคอมพิวเตอร์ งานอิเล็คทรอนิกส์เชิงกล งานสายอากาศและคุณสมบัติคลื่น งานโยธาเล็กน้อย รวมทั้งงานจัดการโครงการ เป็นต้น

วิศวกรรมโทรคมนาคม ทำให้เกิดมีทรัพยากร คลื่นวิทยุ (Radio Wave)กลายเป็นทรัพยากรของมนุษย์โลกที่มีค่าประเมินไม่ได้เกิดขึ้นจากงานวิศวกรรมโทรคมนาคม และเปลี่ยนแปลงสังคมมนุษย์อย่างกว้างขวาง กลายเป็นคลื่นลูกที่สามของการเปลี่ยนแปลงสังคมมนุษย์โลก (Third Wave Concept) และการขับเคลื่อนของระบบเศรษฐกิจของประเทศใดๆ ล้วนขึ้นอยู่กับ เครือข่าย (Network)

ปัจจุบันงานวิศวกรรมโทรคมนาคม ค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีรวดเร็ว และมีวงจรชีวิตของสินค้า หรืออุปกรณ์โทรคมนาคม สั้นลง (Shortly Technology Life Cycle)และมีความซับซ้อนสูงขึ้น พร้อมๆ ไปกับการมีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปด้วยดังที่เราเห็นกันทั่วไปในปัจจุบัน

วิศวกรโทคคมนาคมเป็นที่ต้องการมากในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบสื่อสารและระบบโครงข่ายโทรคมนาคมทั้งในภาครัฐและเอกชน ได้แก่
วิศวกรติดตั้งและดูแลระบบการสื่อสารโทรคมนาคม ได้แก่ บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท การสื่อสารโทรคมนาคม จำกัด บริษัท ไทยคม บริษัท AIS บริษัท DTAC บริษัท TelecomAsia บริษัท TT&T บริษัท Ericsson บริษัท Nokia บริษัท AT&T และบริษัท SIEMENS
วิศวกรติดตั้งและดูแลระบบสื่อสารเคเบิลไยแก้ว ระบบไมโครเวฟ ระบบสื่อสารดาวเทียม
วิศวกร ออกแบบ ติดตั้งและดูแลระบบสถานีวิทยุโทรทัศน์ที่มีสถานีทวนสัญญาณอยู่ทั่วประเทศ เช่น สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่องต่างๆ
วิศวกรดูแลระบบระบบสื่อสารสำหรับการบินพาณิชย์ เช่น บริษัท การบินไทย บริษัท วิทยุการบิน จำกัด

5.วิศวกรระบบควบคุม
วิศวกรควบคุมกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมทุกแขนง เช่น ปิโตรเคมี ยานยนต์ พลังงาน อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
วิศวกรติดตั้งและดูแลระบบควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซ อุตสาหกรรมเคมีและการแปรรูปเคมีภัณฑ์
วิศวกรออกแบบ ติดตั้งและควบคุมระบบการเดินรถไฟฟ้า เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้ามหานคร

6.วิศวกรเครื่องกล เป็นที่ต้องการอย่างมากในภาคอุตสาหกรรมหนักต่างๆ เช่น
วิศวกรดูแลระบบในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ โรงไฟฟ้า โรงแยกก๊าซและผลิตปิโตรเลียม โรงงานผลิตเหล็กเส้น โรงงานสิ่งทอ
วิศวกรการออกแบบ ติดตั้งและดูแลงานระบบปรับอากาศ และงานระบบท่อในโรงงานและอาคารต่างๆ
วิศวกร ตรวจวัดในอุตสาหกรรมการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนวางแผน ออกแบบและติดตั้งการเดินท่อส่งก๊าซและน้ำมัน เช่น บ.ยูโนแคล บ.เชลล์ บ.ปตท สำรวจ เป็นต้น วิศวกรเหล่านี้จะได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนสูงมากเพราะนอกจากจะต้องใช้ความสามารถสูงแล้ว ยังต้องมีความเข้มแข็งอดทน สามารถทำงานภายใต้ภาวะความกดดันและอันตรายได้
วิศวกรสำหรับโรงงานผลิตและประกอบชิ้นส่วนยานยนต์

7.วิศวกรโยธา
วิศวกรออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างต่างๆ อาทิ อาคารสูง โรงงาน ท่าอากาศยาน ถนน สะพาน อุโมงค์ใต้ดิน เขื่อน ฝายกั้นน้ำ ซึ่งมีแหล่งงานเป็นจำนวนมากตามบริษัทต่างๆ ได้แก่ บ.อิตัลไทย บ.ชิโนไทย เป็นต้น
วิศวกรด้านการบริหารและการควบคุมการก่อสร้าง
วิศวกรด้านสำรวจ การรังวัดและการจัดทำผังเมือง
วิศวกรออกแบบและดูแลระบบบำบัดน้ำเสียประจำโรงงานและอาคารต่างๆ
วิศวกรสำรวจและบริหารงานด้านแหล่งน้ำและอุทกวิทยา
วิศวกรออกแบบและดูแลระบบไฮเวย์

8.วิศวกรเคมี
วิศวกรควบคุมกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการแปรรูปสารเคมีต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเลียม อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมผลิตสินค้าอุปโภค เช่น วิศวกรออกแบบระบบให้แก่โรงงานทางด้านการแปรรูปเคมี

9.วิศวกรเมคคาทรอนิกส์ เป็นวิศวกรที่มีความรอบรู้ในศาสตร์ที่สำคัญทางวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ระบบควบคุมและเครื่องกล วิศวกรด้านนี้เป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมที่ต้องการระบบการผลิตที่ทันสมัย ความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้สามารถทำการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน หรูหราและมีมูลค่าสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่

อุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรผลิตไอซีและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์และมอนิเตอร์ อุตสาหกรรมสิ่งทอที่ใช้เครื่องจักรไฮเทค

10.วิศวกรอุตสาหการ
จัดเป็นวิศวกรที่จะเป็นต้องเรียนหรือมีความรู้ทางด้านบริหารมากกว่าวิศวกรสาขาอื่นๆ
วิศวกรประจำโรงงานเพื่อบริหารจัดการขบวนการของการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นที่ต้องการในทุกโรงงานอุตสาหกรรม
วิศวกรบริหารการผลิตและเพิ่มผลผลิตในอุสาหกรรมต่างๆ
วิศวกรออกแบบการจัดวางสายการผลิตภายในโรงงาน เครื่องจักร และการบริหารระบบห่วงโซ่อุปทานและคลังสินค้า โรงงานหนึ่งๆ อาจมีการผลิตสินค้าหลายประเภทหรือหลายรุ่น ดังนั้น วิศวกรอุตสาหการต้องวางผังการจัดการสายการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ให้สามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมากๆ ต่อหน่วยเวลา และใช้พลังงานและทรัพยากรต่างๆ คุ้มค่าที่สุด
ในประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรมการผลิตทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ เช่นประเทศไทยในปัจจุบัน จะมีความต้องการวิศวกรอุตสาหการเป็นจำนวนมาก

11.วิศวกรรมอาหาร เป็นสาขาที่เกี่ยวเนื่องการการผลิตและแปรรูปอาหาร  การประยุกต์ใช้ความรู้ด้านเกษตร  เคมี และการจัดการวัสดุที่ใช้ในการแปรรูปอาหาร รวมถึง ความรู้ด้านพันธุวิศวกรรมเกี่ยวกับพืชและสัตว์  โดยลักษณะงานเกี่ยวกับการออกแบบกระบวนการผลิตอาหาร,การถนอมอาหาร,ความปลอดภัยของการผลิตอาหาร รวมถึง กระบวนการควบคุมคุณภาพและบรรจุภัณฑ์ของอาหาร  มักทำงานในอุตสาหกรรมอาหารเป็นหลัก

12.วิศวกรรมสารสนเทศ (Information Engineering) เป็นสาขาทางวิศวกรรมศาสตร์ ว่าด้วยการนำความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการจัดการข้อมูลข่าวสาร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อความต้องการของมนุษย์การจัดการข้อมูลข่าวสาร ในที่นี้นั้นหมายถึงการกระทำใดๆต่อข้อมูล เช่น การจัดเก็บ การรับส่งข้อมูล การประมวลผลข้อมูล เป็นต้นสาขาวิชาวิศวกรรมสารสนเทศ จะมุ่งเน้นการศึกษาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในสาขาต่างๆ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม ตลอดจนถึงสาขาทางวิศวกรรมไฟ้ฟ้าอื่นๆ เช่น ระบบควบคุม เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่น การประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์แล้วส่งผ่านระบบโครงข่ายการสื่อสารแบบมีสายหรือแบบไร้สายไปยังปลายทาง ตลอดจนการจัดเก็บและการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เป็นต้น